สัญญาณวิกฤติโลกร้อนที่แอนตาร์กติกา

Updated: Sep 10, 2020



“เครื่องวัดอุณหภูมิเพี้ยนจากความจริงมากเกินไปหรือเปล่า ในทวีปแอนตาร์กติกา?”

ที่สถานีวิจัยสภาพทางอากาศและทางธรณีวิทยาJuan Carlos I วัดค่าอุณหภูมิของบรรยากาศได้สูงกว่า12ºC เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ขั้วโลกกลุ่มนี้มีความชำนาญด้านการสำรวจจากหลายแห่ง จะว่าไปแล้วพวกเขาก็เหมือน “ทหารผ่านศึก” ที่ผ่านประสบการณ์ความลำบากในการทำงานทุกสภาวะมาอย่างโชกโชนและมีประสบการณ์สูง แต่ถึงกระนั้นหลายคนกลับรู้สึกประหลาดใจกับการละลายของน้ำแข็งในปีนี้บนเกาะLivingston


ROSA M. TRISTÁN | BASE JUAN CARLOS I

18 FEB 2020 – 16:30 CET


อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ … ที่ทวีปแอนตาร์กติกา!

นับเป็นข่าวใหญ่ครั้งแรก ที่อุณหภูมิในพื้นที่ของทวีปแอนตาร์กติกาสูงถึง 18ºC  สูงกว่าที่เคยถูกลงบันทึกมาที่สถานีวิจัยสภาพทางอากาศและทางธรณีวิทยา ในสถานีวิจัยของประเทศอาร์เจนตินาที่ชื่อ Esperanza และต่อจากนั้นอีกไม่กี่วันต่อมาอุณหภูมิก็เพิ่มสูงขึ้นอีกถึง 20ºC ในอีกสถานีหนึ่งของประเทศเดียวกันที่ชื่อว่า Marambio ทั้งสองสถานีอยู่ในพื้นที่บนคาบสมุทรแอนตาร์กติก ข่าวนี้ถือเป็นข่าวระดับที่พลิกปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของโลกได้เลย


บนเกาะ Livingston ปัจจุบันมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญชาวสเปนทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก และบุคคลเหล่านี้ก็ได้ให้ความระมัดระวังกับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอุณหภูมิในพื้นที่ เพราะทุกคนทราบกันดีว่าไม่เคยมีบันทึกข้อมูลของอุณหภูมิย้อนหลังของสถานีเหล่านี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้เปรียบเทียบ


“ดูสิ ปีที่แล้วเราต้องใส่เสื้อผ้ากันหนาวอย่างหนามากในพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว แต่ในวันนี้ธารน้ำแข็งได้อันตรธานหายไปอย่างที่เราเห็นกันอยู่ขณะนี้” นักธรณีวิทยา Mr. Ricardo Rodríguez จากมหาวิทยาลัย Politécnica de Madrid ได้เล่าให้ฟัง ในขณะที่เขาได้ไปตรวจสอบข้อมูลบางส่วนจากโครงการธารน้ำแข็งของสเปนในพื้นที่ที่หิมะได้สูญหายไป และนี่คือความจริงที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดของสถานีวิจัยสภาพทางอากาศและทางธรณีวิทยาของสเปนที่ชื่อว่า Base Antártica Española (Spanish Antarctic Base หรือ BAE) Juan Carlos I แห่งเกาะ Livingston ได้พบเจอ

หนึ่งในพื้นที่ที่ถือว่ามีอุณหภูมิสูงที่สุดของทวีปนี้  ในอดีตที่ผ่านมาช่วงเดือนพฤศจิกายน จะมีหิมะท่วมภูเขาไปจนถึงด้านบนสุด แต่ปีนี้ไม่มีหิมะเหลือสักกองทั้ง ๆ ที่เป็นเดือนธันวาคม ซึ่งสมัยก่อนนั้นเวลาพวกเขาต้องเดินทางขึ้นไปยังธารน้ำแข็งก็ต้องใช้รถสโนว์โมบิล แต่ตอนนี้พวกเขาต้องใช้วิธีเดินเท้าแทน

Mr. Jordi Felipe ได้บอกว่า “ดูเขาน้ำแข็งหัวโล้นที่เคยอยู่เบื้องหน้าเรานี่สิ  ถึงแม้มันจะไม่ใหญ่มากแต่ผมยังจำมันได้ จากครั้งสุดท้ายที่ผมเข้ามาในปี 2016” Mr. Jordi Felipe ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าสถานี BAE ของหน่วยงาน CSIC มาหลายปี และตอนนี้เขาก็กลับมารับหน้าที่อีกครั้งในสถานีวิจัยฯ ได้กล่าวสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ จากภูเขาที่ท่วมด้วยหิมะในตอนนั้น แต่ปัจจจุบันหิมะได้ละลายไปหมดแล้ว



แม้จะมีข้อมูลรายงานอุณหภูมิสูงผิดปกติจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น งานวิจัยอย่างต่อเนื่องและรอบคอบยังคงต้องดำเนินต่อไป เพื่อยืนยันผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นว่า “ปีนี้ภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้น มีผลต่อทวีปแอนตาร์กติกจริง ๆ” นี่เป็นข้อความย้ำเตือนจาก Mr. Jaime Fernández หนึ่งในคณะทำงานแอนตาร์กติกที่ชื่อว่า AEMET แต่การที่จะเปิดเผยข้อมูลอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้จะต้องมีความชัดเจนว่า การบันทึกอุณหภูมิสูงครั้งนี้ต้องมีความเที่ยงตรง และมีการวัดอุณหภูมิจากในพื้นที่จริงเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization; WMO) ก็ตาม


การเกิดอุณหภูมิสูงระดับถึง18ºC ที่พบเป็นครั้งแรกนี้ เกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Foehn (โฟเอห์น) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่ออากาศอุ่นไหลลงไปตามทางลาดของภูเขา และเหตุการณ์แบบนี้ก็ได้เกิดขึ้นที่สถานีวิจัยถัดไปคือ Esperanza ซึ่งนักชีววิทยาวัดอุณหภูมิได้ถึง 20ºC  แต่ทั้งนี้จะต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า ข้อมูลของพวกเขาได้รับการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม การเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจำเป็นจะต้องได้รับการศึกษาวิจัยด้วยกระบวนการต่อเนื่องที่ยาวนานกว่านี้มาก และขณะนี้เรากำลังพูดถึงการบันทึกอุณหภูมิแค่สองสามรายการในพื้นที่บริเวณเดียว


และถ้าเราใช้โมดูลในห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควรในการคำนวณเพื่อการพยากรณ์สภาพอากาศ เราจะได้ค่าวัดประมาณการจากเทอร์โมมิเตอร์ของโมดูลที่ระดับอุณหภูมิ 8.2ºC ตรงบริเวณเกาะ Livingston ซึ่งค่านี้เป็นอุณหภูมิที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นในทวีปแอนตาร์กติกา

ในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2020 Mr. Jaime ได้มีข้อมูลยืนยันให้ทราบว่า อุณหภูมิได้พุ่งสูงถึง12ºC แล้ว แต่ข้อมูลนี้ก็ยังไม่ได้ลงบันทึกไว้ในสถานีนี้ และยังมีข้อมูลย้อนหลังที่น่าสนใจอีกว่า ในช่วงปี 1990 ได้เคยมีวันที่อุณหภูมิสูงกว่า15ºC มาแล้ว แต่ก็มีข้อมูลยืนยันได้ว่า ลักษณะโดยทั่วไปในขณะนี้ ฤดูร้อนทางขั้วโลกใต้จะเกิดการรักษาระดับอุณหภูมิได้นานมากกว่าข้อมูลทางอุณหภูมิที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้เคยบันทึกไว้


และในกรณีของผู้เขียนเองที่ได้ใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ ในวันที่ 9 ขณะที่เขากำลังเดินทางข้ามทะเล Hoces (หรือ Drake Passage) บนเรือสมุทรศาสตร์ Hespérides ผู้เขียนบอกว่าอากาศเย็นกำลังดี ขนาดใช้เวลาเพลิดเพลินกับการเดินบนดาดฟ้าเรือ และสามารถพับแขนเสื้อยืนรับลมเย็นอ่อน ๆ ได้ และลูกเรือบอกกับเขาว่า “ที่จริงแล้วมีการเฝ้าระวังสภาพอากาศเพื่อให้เรือไม่ต้องเดินทางฝ่าพายุหิมะ Drake แต่ครั้งนี้สภาพอากาศกลับดีผิดปกติ คุณโชคดีมาก” แต่ทว่า นั้นอาจจะเป็นโชคร้ายของโลกนี้ก็ได้

อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา นักอุตุนิยมวิทยาที่ฐานวิจัยฯ ได้รายงานว่า แนวอากาศเย็นกำลังเข้ามาใกล้ แต่ก็ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าอุณหภูมิจะลดลงไปจนถึงติดลบ กล่าวคือ หิมะอาจจะมีเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยในพื้นที่ขั้วโลกขณะนั้น ซึ่งสภาพอากาศจะถูกวิเคราะห์ทุกวันเวลา 19:30 น. และจะมีการประชุมทุกวันกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้พวกเขารู้ว่า ลมและอุณหภูมิ หรือพายุแบบไหนกำลังรอพวกเขาอยู่ เพื่อให้สามารถวางแผนงานได้อย่างเหมาะสม


 “เป็นการประชุมที่จำเป็นสำหรับทุกคนที่ร่วมทำงานกลุ่มAEMET นี้” Mr. Joan Ribá อดีตหัวหน้าสถานีได้เล่าให้ฟังพร้อมกับ Mr. Felipe จากหน่วยเทคโนโลยีทางทะเลของ CSIC (UTM)

ที่สถานีใกล้เคียงกับประเทศบัลแกเรียใน San Clemente de Ohrid ตลอดระยะเส้นทาง 10 นาทีโดยเรือยาง Zodiac จาก BAE บนอ่าวเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่สามารถเห็นได้ชัดด้วยสายตาโดยพวกเขาอธิบายว่า “เมื่อสามปีที่แล้วมีธารน้ำแข็งด้านหลังเรากำลังดันน้ำทะเล สร้างความเสี่ยงให้กับพวกเรา แต่ตอนนี้ดูสิว่าเป็นอย่างไร ไม่มีหิมะ และธารน้ำแข็งได้ลดลง” Mr. Stephan หนึ่งในมัคคุเทศก์แถบพื้นที่ภูเขาบริเวณนี้ได้บอกกับผู้เขียนเมื่อแล่นเรือไปใกล้ ๆ เพื่อดูโครงสร้างรากฐานรอบบัลแกเรีย และเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นดินแดนหินสีเทาโทนและแหล่งดินดำภูเขาไฟ ซึ่งสามารถเห็นได้ทั่วไปในสภาพแวดล้อมของสถานีวิจัยของสเปน รวมถึงยังมีสิ่งก่อสร้างบางส่วนที่เคยถูกน้ำแข็งดันจนเสียหาย แต่ตอนนี้บริเวณน้ำแข็งก้อนนั้นมีเพียงจุดเล็ก ๆ ระหว่างพื้นดินกับส่วนที่เป็นอาคาร และเมื่อไม่นานมานี้พวกเขาคิดว่า อาจจะเหลือเวลาอีกเล็กน้อยก่อนที่น้ำแข็งและหิมะจะดันมันและจะพังทั้งหมด แต่ว่า “ปีนี้เราไม่มีหิมะแล้วนะ” Mr. Stephan กล่าว “มันไม่ได้สวยงามอย่างที่เคยจำได้เลย”


อย่างไรก็ตาม ยังมีน้ำแข็งอยู่ใกล้สถานีนี้มากกว่าในสถานีของสเปน และยังมีธารน้ำแข็งอยู่ใกล้ ๆ ด้วย แม้ว่าจะไม่มีทะเล ปกติแล้วไกด์มักจะเดินทางมาบัลแกเรียเพื่อฝึกซ้อมสโนว์โมบิล ซึ่งตอนนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกซ้อมที่ BAE เพราะพื้นผิวของธารน้ำแข็ง Johnson และ Hurd ซึ่งพวกเขาเคยไปกับMr. Ricardo Rodríguez ในฤดูกาลอื่น แต่ครั้งนี้พวกเขาพบว่ามันกลับเต็มไปด้วยรอยหินแยก ซึ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเพื่อไม่ให้ตกลงไป


มีการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศจริงหรือ?


แอนตาร์กติกาเป็นทวีปที่มีความซับซ้อนมากและต้องใช้ชุดข้อมูลมากมายในการวิเคราะห์ แต่การเปลี่ยนแปลงในคาบสมุทรแอนตาร์กติกก็กำลังเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง แต่เรื่องที่สำคัญคือเราที่จะต้องรู้ถึงสาเหตุทั้งกระบวนการที่ทำให้เกิดสภาวะนี้ขึ้น เพราะสภาวะที่ได้เกิดขึ้นกับที่นี่ ถ้านำค่าอุณหภูมิมาวัดกับในภูมิภาคอื่น ๆ อาจจะยังมีข้อมูลเปรียบเทียบกันไม่ชัดเจน



ขอขอบคุณข่าวจากสำนักข่าว El Pais ประเทศสเปน EP AVENTURA BLOGS #SomosAntártida

โดย JOSÉ MIGUEL VIÑAS Y ROSA M. TRISTÁN

18 April 2020


แปลโดย รอ. พิทักษ์ ตีรณกุล รน.

37 views

KBO EARTH © 2019 | All Rights Reserved