วิธีการจัดการดิจิทัลดาต้าเพื่อไม่ให้โลกร้อน!…ตอนที่ 2

Updated: Sep 10, 2020



วิธีการจัดการดิจิทัลดาต้าเพื่อไม่ให้โลกร้อน!…ตอนที่ 2

ท่านเคยสังเกตวิดีโอออนไลน์ที่เราเห็น ๆ กันอยู่หรือไม่ว่า มันจะถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นการเล่นอัตโนมัติ (auto-play) และวิดีโอฝังตัว (embedded videos) ตามสื่อโซเชียลต่าง ๆ เป็นต้น ฟังก์ชั่นเหล่านี้เรียกว่า “การออกแบบให้เสพติด” (addictive designs) เพราะเป็นการออกแบบที่มุ่งเน้นถึงปริมาณมากสุดของเนื้อหาที่จะนำเสนอต่อผู้บริโภค การออกแบบจึงมีส่วนสำคัญประการหนึ่งที่จะกำหนดว่าการใช้งานจะมีรูปแบบเป็นอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร (ซึ่งมักจะถูกมองข้ามในตอนที่ออกแบบ) ดังนั้น การใช้งานวิดีโอออนไลน์จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบของผู้ให้บริการด้วย การลดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยกลไกในการสร้างให้เกิดการใช้งานอย่างรอบคอบถ้วนถี่ ทั้งในแง่ของการออกแบบของผู้ให้บริการและการตัดสินใจลดใช้งานของผู้บริโภค เพราะอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอเสียแล้วที่จะเร่งให้เกิด digital sobriety ได้ ในเวลาที่โลกกำลังถูกทำลายจากภาวะโลกร้อนไม่เว้นแต่ละวัน…

ในระดับของผู้ให้บริการดิจิทัล โดยเฉพาะวิดีโอออนไลน์ การเลือกออกแบบบริการดิจิทัลถือเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ อาทิ การเลือกความละเอียดของวิดีโอให้เหมาะสมกับการใช้งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดยการเลือกถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ที่มีการกระจายสัญญาณแบบอนาล็อกจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการถ่ายทอดสดผ่านวิดีโอสตรีมมิงทั่วโลก

ในระดับปัจเจกบุคคล การใช้วิดีโอออนไลน์อย่างรอบคอบ หมายถึง หากมีความจำเป็นที่จะใช้วิดีโอออนไลน์ก็เลือกใช้วิดีโอที่มีความละเอียดต่ำสุด หลีกเลี่ยงการอัปโหลดวิดีโอไว้ในคลาวด์ เพราะจะมีการสำรองข้อมูลทันทีและทุกครั้งจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า หากจำเป็นก็ไม่ควรเก็บไว้ในคลาวด์นานเกินไป ควรลบออกเสียบ้างหรือทำสำเนาแบบออฟไลน์ถ้าเป็นวิดีโอสำคัญ การเชื่อมต่อออนไลน์เมื่อใช้งานวิดีโอควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ mobile data เพราะจะใช้พลังงานไฟฟ้าที่มากกว่าเพื่อการบูสต์สัญญาณ เมื่อมีสัญญาณขาด (signal-loss) การเลือกใช้ wifi หรือ อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ผ่านใยแก้วนำแสง จะมีการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพดีกว่า

ในระดับภาคีความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ผู้บริโภค ผู้ให้บริการดิจิทัล ภาครัฐ เอกชน NGO ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ การจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำหนดแนวทางและระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนอาจมีความจำเป็นเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน มีการแสดงความคิดเห็นและถกเถียงในเรื่องความจำเป็น ลำดับความสำคัญ ผลดี ผลเสียของการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและลดอัตราเร่งของวิกฤตโลกร้อน

ในความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ข้อเสนอแนะของ The Shift Project นั้นน่าสนใจไม่น้อยทีเดียวและถ้านำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมก็น่าจะส่งผลให้ภาวะโลกร้อนบรรเทาลงได้อย่างมีนัยสำคัญ หากแต่อุปสรรคและความท้าทายที่รออยู่ คือ ความเร่งด่วนของวิกฤตโลกร้อนกับเวลาที่เหลืออยู่เพื่อการแก้ไข การประสานความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ การยอมรับถึงระดับความสำคัญของปัญหา และแนวทางการออกมาตรการต่าง ๆ บริบทด้านวัฒนธรรม และค่านิยมในสังคมนั้น ๆ ล้วนแต่ต้องใช้เวลา ความมุ่งมั่น และความอดทนทั้งสิ้น

แต่ที่แน่ ๆ ในฐานะปัจเจกบุคคล ผู้เขียนมีความเชื่อมั่นว่าหนทางที่ยั่งยืนเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ควรเริ่มต้นที่ “จิตสำนึก” ของเราทุกคน หากเราได้ให้และแบ่งปันความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในความสำคัญและความเร่งด่วนของวิกฤตโลกร้อน การมีส่วนร่วมรับผิดชอบจากหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมย่อมสามารถขับเคลื่อนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่นำไปสู่การแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนได้ นั่นคือ การตระหนักรู้ว่าเราจำเป็นต้องใช้วิดีโอออนไลน์เพื่ออะไร และจะใช้อย่างไรเพื่อส่งผลต่อโลกให้น้อยที่สุดนั่นเองครับ

บทความโดย พีรพงษ์ เจียรณัย


ประวัติผู้เขียน

เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเชิงธุรกิจและการวางระบบข้อมูลสำหรับผู้บริหารของบริษัทน้ำมันข้ามชาติมากว่า 20 ปี มีความสนใจด้าน MI, BI, บิ๊กดาต้า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และปรัชญา

3 views