พลาสติกกับภาวะโลกร้อน​ ตอนที่​ 2



จากทั้ง 3 วิธีการที่ให้ข้อมูลไปเมื่อโพสต์​ที่แล้ว สามารถสรุปได้ว่า การกำจัดขยะพลาสติกที่มีประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบันคือการเผา ซึ่งเป็นการผลิตก๊าซเรือนกระจกที่ราคาถูกที่สุด มีความตรงไปตรงมาที่สุด และนี่คือสาเหตุว่าทำไมพลาสติกจึงเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน… เพราะ


“พลาสติกไม่ต้องถูกเผา แค่ตากแดดอยู่เฉย ๆ ก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้”


นอกจากนี้ เมื่อต้นปี 2019 นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮาวาย สหรัฐฯ ได้ค้นพบว่า ขวดและถุงพลาสติกทุกชนิดที่เราใช้กันนั้น ถ้าถูกทิ้งไว้กลางแดดเฉย ๆ ไม่กี่วัน จะมีก๊าซเรือนกระจกระเหยออกมาในปริมาณที่ตรวจวัดได้อย่างชัดเจน แม้จะมีปริมาณไม่มากเท่าจากการเผาพลาสติก แต่การฝังกลบ หรือทิ้งพลาสติกไว้เฉย ๆ ก็ส่งผลกระทบกับบรรยากาศได้ด้วยเช่นกัน

อันที่จริง งานวิจัยนี้ยังได้ชี้ให้เห็นถึงผลร้ายที่ตามมาต่อสุขภาพของผู้บริโภคเครื่องดื่มหรืออาหารที่บรรจุอยู่ในขวดหรือถุงพลาสติกที่ตากแดด เช่น ในรถยนต์ที่จอดกลางแจ้ง เนื่องจากก๊าซเรือนกระจกเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง (carcinogenic) ได้


“ว่าแต่พลาสติกมีเยอะมากขนาดนั้นเลยหรือ?”


มนุษย์เราใช้และทิ้งพลาสติกกันในปริมาณมหาศาล โดยน้ำหนักของพลาสติกที่เราผลิตใช้กันในโลกในแต่ละปี รวม ๆ กันแล้วเท่ากับน้ำหนักของคนบนโลกทั้งหมดรวมกัน แค่นับเฉพาะขวดน้ำพลาสติกที่เราใช้กันก็มากมายมหาศาลแล้ว เราซื้อขายขวดพลาสติกกันกว่า 1 ล้านขวดในทุก ๆ 1 นาที โลกผลิตขวด เพท (Polyethylene terephthalate หรือ PET) วินาทีละ 20,000 ขวด เราใช้ขวดน้ำดื่มกันที่ประมาณ 580,000 ล้านขวดต่อปี ซึ่งถ้าเอามาเรียงต่อ ๆ กันเป็นทางแล้วจะยาวกว่ากึ่งหนึ่งของระยะทางจากโลกไปดวงอาทิตย์! และนี่ก็ยังไม่ได้นับรวมถุงพลาสติกและหลอดพลาสติกที่เราใช้ ๆ กันอย่างไม่บันยะบันยังอีก โลกใช้ถุงพลาสติกประมาณ 5 ล้านล้านใบต่อปี และเป็นการยากที่จะประเมินว่าเราใช้หลอดพลาสติกกันมากมายแค่ไหน มีเด็กนักเรียนในสหรัฐอเมริกาประเมินว่า คนในประเทศเขาใช้หลอดพลาสติกกันวันละ 500 ล้านหลอด และชาวออสเตรเลียใช้หลอดมากกว่า 10 ล้านหลอดต่อวัน

ด้วยการใช้ชีวิตที่ติดปีกไปกับความเร่งด่วน รวดเร็ว และการหาซื้ออาหารเครื่องดื่มกินนอกบ้าน คนจีนและคนในแถบเอเชียแปซิฟิก จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ใช้พลาสติกมากเป็นอัตราส่วนสูงที่สุดของโลก แถมยังมีวิธีการจัดการกับขยะพลาสติกที่ไม่ชัดเจนนัก ประเทศไทยก็ติดโพยไปกับเขาด้วย แถมติดหนึ่งในห้าประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงในทะเลและมหาสมุทรมากที่สุดของโลก… ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าจริง ๆ

ยิ่งเราใช้พลาสติกกันมากเท่าไหร่ รัฐหรือชุมชนที่เราอยู่อาศัยก็ต้องกำจัดขยะพลาสติกกันมากขึ้นเท่านั้น ทางเลือกที่จะฝังกลบขยะพลาสติกในปัจจุบันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะทุกชุมชนต่างตระหนักถึงปัญหาจากแหล่งฝังกลบจนแทบจะหลีกเลี่ยงกันไปหมดแล้ว ขณะที่การกำจัดโดยการทิ้งลงแม่น้ำแล้วไป โผล่ในทะเล มหาสมุทรให้ถูกประณามระดับประเทศก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน ดังนั้น ทางเลือกที่เหลืออยู่ ซึ่งไม่ควรจะเป็นทางเลือกเลย ก็คือการเผา ซึ่งก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในที่สุด

ถ้าเช่นนั้น เราควรนำพลาสติกที่มีอยู่แล้วกลับมาใช้ใหม่ เพื่อช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก ไม่ต้องผลิตใหม่และไม่ต้องกำจัดทิ้งอย่างนั้นหรือ?

ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เองที่คนบนโลกเริ่มรับรู้ถึงปัญหาจากพลาสติก จึงได้มีการคิดค้นวีธีการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ แรก ๆ ก็ทำได้แค่เป็นถุงก๊อบแก๊บหรือถุงขยะสีดำ แต่ปัจจุบันมีการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบที่แปลกใหม่และมีมูลค่ามากขึ้น

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ปัจจุบัน มีไม่ถึง 20% ของพลาสติกที่ใช้แล้วทั้งหมดถูกนำกลับมาใช้ใหม่ โดยปัญหาในการนำมาใช้ใหม่หลัก ๆ คือ ปัญหาการจัดการกับพลาสติกที่ใช้แล้ว ทั้งในแง่การแยกเก็บออกจากขยะชนิดอื่น ๆ และการแยกชิ้นส่วนหรือชนิดของพลาสติก เช่น ขวดพลาสติกเป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง (PE) แต่ฝาของขวดอาจเป็นพลาสติกอีกชนิดหนึ่ง (PET) ซึ่งไม่สามารถนำมาแปรรูปพร้อม ๆ กันได้ รวมไปถึงปริมาณพลาสติกที่ต้องรวบรวมเพื่อนำมาแปรรูป จะให้มีเพียงพอก็ต้องมาจากหลายท้องที่ หลายชุมชน ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายในการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ และก็มักจะแพงกว่าการนำส่วนที่เหลือจากการกลั่นน้ำมันและก๊าซมาผลิตเป็นพลาสติกชิ้นใหม่เลยเสียอีก

ดังนั้น การลดการใช้พลาสติก หรือการใช้พลาสติกหลาย ๆ ครั้งก่อนทิ้ง แทนที่จะใช้ถุงพลาสติกหรือหลอดพลาสติกครั้งเดียวแล้วทิ้ง (one-time-use plastics) โดยเริ่มต้นที่ระดับครัวเรือน จึงน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด เพราะจะช่วยให้ขยะพลาสติกลดลงและไม่ต้องผลิตใหม่อีก ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ สุดท้ายนี้ เรา ๆ ท่าน ๆ คงจะได้เข้าใจกันแล้วว่า การใช้พลาสติกมีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนจริง ๆ ผู้เขียนจึงใคร่ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วย ๆ กัน นะคะ ลดการใช้พลาสติกให้มากที่สุดที่เราแต่ละคนจะช่วยได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ใช้หลาย ๆ ครั้งจนมันใช้ไม่ได้อีก หรือให้ดีที่สุดคือการงดใช้ไปเลย ถ้าต่างคนต่างลด สักวันโลกก็จะลดการใช้และผลิตพลาสติกลงได้จริง ลดการผลิตก๊าซเรือนกระจกลงบ้าง ลดการกินเม็ดพลาสติกในกุ้ง หอย ปู ปลา แล้วปัญหาต่อมนุษย์ทั้งภัยพิบัติและสุขภาพก็จะทยอยลดลงได้จริงค่ะ!


—–

บทความโดย ดร.กนกรส ผลากรกุล
0 views